สรุปการเดินทาง
Day
|
Highlight
|
Meal
|
Hotel
*หรือเทียบเท่า
|
B |
L |
D |
1 |
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) |
|
|
|
-
|
2 |
ดูไบ - ปารีส - ประตูชัย - หอไอเฟล - ล่องเรือแม่น้ำแซน - พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ - ห้างลา ซามาริแตง |
|
|
|
HAMPTON BY HILTON PARIS CLICHY
|
3 |
ปารีส - ย่านมงมาร์ต - ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ - บรัสเซลล์ |
|
|
|
NOVOTEL WARVE BRUSSELS EAST
|
4 |
บรัสเซลล์ - อัมสเตอร์ดัม - หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ - ล่องเรือหลังคากระจก - สถาบันสอนการเจียระไนเพชร - จัตุรัสดัมสแควร์ |
|
|
|
BEST WESTERN PLUS HOTEL AMSTELVEEN
|
5 |
อัมสเตอร์ดัม - สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ - หมู่บ้านกีธูร์น - ดุสเซนดอร์ฟ |
|
|
|
LEONARDOR HOTEL DUSSELDORF AIRPORT RATINGEN
|
6 |
ดุสเซนดอร์ฟ - โคโลญ - มหาวิหารโคโลญ - แฟรงก์เฟิร์ต - จตุรัสโรเมอร์ |
|
|
|
MERCURE RESIDENZ FRANKFURT MESSE
|
7 |
แฟรงค์เฟิร์ต - สตราสบูร์ก - กอลมาร์ - ซูริค |
|
|
|
HARRY’S HOME ZURICH-WALLISELLEN
|
8 |
ซูริค - ซุก - ลูเซิร์น - ยอดเขาทิตลิส - สนามบิน |
|
|
|
-
|
9 |
ดูไบ - กรุงเทพ |
|
|
|
-
|
อัตราค่าบริการ
*หมายเหตุ : กรุณาเช็คที่นั่งว่างกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
แพลนการเดินทาง
วันแรก :: กรุงเทพฯ - สนามบินสุวรรณภูมิ

|
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
|
|

|
- 17.30 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
- 20.35 น. ออกเดินทางสู่ ปารีส โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่สอง :: ดูไบ - ปารีส - ประตูชัย - หอไอเฟล - ล่องเรือแม่น้ำแซน - พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ - ห้างลา ซามาริแตง

|
เดินทางสู่ ปารีส
|
- 00.50 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
- 03.20 น. ออกเดินทางสู่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK71 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
- 08.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกลด์ ประเทศฝรั่งเศส (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)

|
เที่ยวชมเมืองปารีส (Paris)
|
|

|
เที่ยวชมความงดงามของ มหานครปารีส ผ่านชมความสวยงามของแม่น้ำแซนน์ที่ตัดผ่านใจกลางกรุงปารีส ข้ามสะพานสู่ เกาะเดอ ลา ซิเต้ กลางแม่น้าแซน ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) แล้วผ่านเข้าสู่ถนนสายโรแมนติก ชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน

|
ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe)
|
|

|
ถ่ายรูป ประตูชัย และผ่านชมทิวทัศน์ของร้านค้าบูติคชั้นนำระดับโลกที่ตั้งเรียงรายอยู่บนถนนฌ็องเชลิเซ่

|
หอไอเฟล (Eiffel)
|
|

|
มาถึงฝรั่งเศสทั้งที ถ้าไม่ได้มา หอไอเฟล เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึง ให้คุณได้เก็บภาพประทับใจกับหอไอเฟล สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีส ด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
ล่องเรือแม่น้ำแซน
|
|

|
ล่องเรือไปตามแม่น้ำแซน ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆ ตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ โดยเรือจะล่องผ่าน มหาวิหารนอเตรอดาม แห่งปารีส (Notre-dame de Paris) นับเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ยลโฉมมหาวิหารแห่งนี้ในรูปแบบที่สดใสกว่าเดิมและฟื้นคืนความงามขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการหลังจากใช้เวลาบูรณะยาวนานถึง 5 ปี

|
พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum)
|
|

|
ถ่ายรูปหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก

|
ลา ซามาริแตง (La Samaritaine)
|
|

|
Samaritaine ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นอาคารเก่าแก่คลาสสิกที่ถูกขึ้นทะเบียน Monument Historique ให้เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1990 พบกับความหรูหร่าโดดเด่นทั้งภายนอก และ ภายในอาคารของห้างด้วยศิลปะหลากหลายรูปแบบ อันมีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่เน้นย้ำถึงเสน่ห์ของปารีส มีร้านค้าระดับพรีเมียม อาหาร และงานศิลปะ รวมแล้วกว่า 600 แบรนด์ มีนิทรรศการที่จะสลับหมุนเวียนให้ได้ชมตลอด

|
รับประทานเย็น ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้)
|

|
พักที่ HAMPTON BY HILTON PARIS CLICHY หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สาม :: ปารีส - ย่านมงมาร์ต - ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ - บรัสเซลล์

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ย่านมงมาร์ต (Montmartre)
|
|

|
ย่านมงมาร์ต (Montmartre) เป็นย่านศิลปินมากว่า 200 ปี สัมผัสกับมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายของวันวานที่ศิลปะในฝรั่งเศสรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชมวิวสวยของนครปารีสจากด้านหน้าบันไดของวิหารสเกรเกอร์ (Basilica of Sacre Coeur) วิหารสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของปารีส เดินสำรวจร้านกาแฟ ชมเหล่าศิลปินที่วาดรูปอยู่ใกล้ๆ

|
แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette)
|
|

|
สัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีส แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าร้านดังของสวิสจากร้าน Bucherer ที่มีสาขาอยู่ที่นี่ โดยมีสินค้ามากมาย เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิ Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
= กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม =
|

|
จัตุรัสกรองด์ปลาซ (Grong Plas|Grand place)
|
|

|
จัตุรัสกรองด์ปลาซ (Grong Plas) จัตุรัสอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หรือแม้แต่อาร์คดัชเชสอิสซาเบลลา ธิดาของกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน, วิคเตอร์ ฮูโก และชาร์ลส โบเดอแลร์ สองนักเขียนชื่อดังยังกล่าวถึง

|
รูปปั้นแมนเนเกน พิส (Manneken Pis)
|
|

|
ชม รูปปั้นแมนเนเก้นพิส รูปปั้นเจ้าหนูน้อยที่โด่งดัง อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้ อาทิ ช็อคโกแล็ต โดยเบลเยี่ยมผลิตช็อคโกแลตกว่า 172,000 ตันต่อปี และมีร้านขายช็อคโกแลต กว่า 2,000 ร้าน, ผ้าปักลูกไม้ หรือลิ้มลองวาฟเฟิลของอร่อยที่หาชิมได้ไม่ยาก

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว)
|

|
พักที่ NOVOTEL WARVE BRUSSELS EAST หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สี่ :: บรัสเซลล์ - อัมสเตอร์ดัม - หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ - ล่องเรือหลังคากระจก - สถาบันสอนการเจียระไนเพชร - จัตุรัสดัมสแควร์

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
= เมืองอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ =
|

|
หมู่บ้านวัฒนธรรมฮอลแลนด์ ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans)
|
|

|
หมู่บ้านวัฒนธรรมฮอลแลนด์ ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans) หมู่บ้านอนุรักษ์กังหันลมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โดยหมู่บ้านแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ของกังหันลมเอาไว้เป็นอย่างดี จะได้พบกับความสวยงามอย่างลงตัวของหมู่บ้านที่สร้างขึ้นสไตล์บ้านไม้แบบฮอลแลนด์ สัมผัสบรรยากาศแบบชนบทที่สวยงาม ประกอบไปด้วยแม่น้ำ ทุ่งหญ้า และการปศุสัตว์ ให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับกังหันลม จัดเป็นหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของประเทศเนเธอร์แลนด์ จากนั้นชมการสาธิตวิธีการผลิตรองเท้าไม้ของชาวดัตช์ที่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพต่างๆ พร้อมเชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
ล่องเรือหลังคากระจก
|
|

|
ล่องเรือหลังคากระจก ไปตามลำคลองของเมือง ที่จะให้ท่านได้เห็นบ้านเรือนแบบชาวดัชต์ถูกสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีเอกลักษณ์พิเศษจะเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน เรือนแพที่อยู่ริมคลองที่มีอยู่มากถึง 2,500 หลัง

|
โรงงานเจียระไนเพชร (Diamond Factory)
|
|

|
ชมการสาธิตการเจียระไนเพชร ที่มีชื่อเสียงของโลก อิสระให้ท่านเลือกซื้อหรือชมเพชรคุณภาพและราคาไม่แพง

|
จัตุรัสแดม (Dam Square)
|
|

|
จัตุรัสแดม (Dam Square) เขตย่านใจกลางเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมในการมาเดินเที่ยวชมเมือง มีพระราชวังหลวงเดิมตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส และถนนแห่งความบันเทิงหลากหลายรูปแบบกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม

|
อิสระรับประทานอาหารเย็น
|

|
พักที่ BEST WESTERN PLUS HOTEL AMSTELVEEN หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่ห้า :: อัมสเตอร์ดัม - สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ - หมู่บ้านกีธูร์น - ดุสเซนดอร์ฟ

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ (Keukenhof)
|
|



|
เข้าชม สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของเนเธอร์แลนด์ นับเป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี รวมทั้งไม้หัวอื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ไฮยาซินธ์ ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มีทางเดินร่มรื่น บางตอนก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระนํ้าและนํ้าพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมายมีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ รวมทั้งคอฟฟี่ช็อปและร้านขายอาหาร เปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี
( สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟจะเปิดทำการระหว่างวันที่ 20 มีนาคม - 11 พฤษภาคม 2568 สำหรับคณะที่เดินทางในช่วงเวลาที่สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟยังไม่เปิดทำการ รายการเที่ยวจะปรับเป็น หมู่บ้านกีธูร์น และ ล่องเรือหมู่บ้านกีธูร์น ช่วงเช้า และ ช่วงบ่ายเดินทางไป Designer Outlet Roermond ให้เวลาท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, PRADA, BALLY, BURBERRY, CALVIN KLEIN, SALVATOR FERRAGAMO, GUESS, SUPERDRY, NIKE, SKECHERS, DIESEL, AEMANI, CLARK,DESIGUAL, FRED PERRY, KIPLING, ERMENGILDO ZEGNA, TUMI, MICHAEL KORS, LEVI’S, MEXX MCM, FURLA ฯลฯ และ อิสระอาหารค่ำที่ Outlet )

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn Village)
|
|

|
หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn Village) หมู่บ้านเล็กๆ ในเนเธอร์แลนด์ เป็นหมู่บ้านที่อาศัยการสัญจรทางน้ำเพียงอย่างเดียว จนได้ฉายาว่าเป็น “หมู่บ้านไร้ถนน” ให้ท่านดื่มด่ำกับการล่องเรือผ่านลำคลองน้ำใส ต้นไม้ใบหญ้า และอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นดั่งสวรรค์สำหรับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
|

|
= เมืองดุสเซนดอร์ฟ เยอรมนี (Dussendorf) =
|

|
พักที่ LEONARDOR HOTEL DUSSELDORF AIRPORT RATINGEN หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่หก :: ดุสเซนดอร์ฟ - โคโลญ - มหาวิหารโคโลญ - แฟรงก์เฟิร์ต - จตุรัสโรเมอร์

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
= เมืองโคโลญจน์ เยอรมนี (Cologne) =
|
|

|

|
มหาวิหารโคโลญจน์ (Cologne Cathedral)
|
|

|
เที่ยวชมตัวเมืองโคโลญจน์ เมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ ถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารโคโลญจน์ หรือ เคิล์นโดม เป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองโคโลญจน์ประเทศเยอรมนี ใช้เวลาสร้างถึง 600 ปี เพื่ออุทิศให้แก่นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี และมีโกศทองของกษัตริย์ทั้งสามถูกเก็บไว้ในตัววิหารด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1993

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
|

|
= เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี (Frankfurt) =
|
|

|

|
จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg)
|
|

|
เมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5
เที่ยวชม จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
พักที่ MERCURE RESIDENZ FRANKFURT MESSE หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่เจ็ด :: แฟรงค์เฟิร์ต - สตราสบูร์ก - กอลมาร์ - ซูริค

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
= เมืองสตราสบูร์ก ฝรั่งเศส (Strasbourg) =
|

|
ย่านริมน้ำฝรั่งเศสน้อย (La Petite France)
|
|

|
ย่านริมน้ำฝรั่งเศสน้อย (La Petite France หรือ Little France) เป็นย่านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ที่เกาะใหญ่ กร็องดีล (Grande Île ) บนถนน Rue des Moulins พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำอิล (River III) ทั้งสี่ด้าน นับว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองสตราสบูร์กที่มีชื่อเสียงอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมบ้านเรือนริมน้ำต่างๆ

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
|

|
= เมืองกอลมาร์ (Colmar) =
|
|

|

|
มหาวิหารเซ็นต์มาร์ติน (Collégiale Saint-Martin de Colmar)
|
|

|
เมืองกอลมาร์ (Colmar) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงบรรยากาศของเมืองโบราณ โดยเฉพาะในตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้เก่าแก่ ร้านค้าสวยงาม โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่ อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลางได้อย่างดีสุด เมืองนี้มีคลองตัดไปมา จนได้รับสมญานามว่า “Little Venice”
ถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซ็นต์มาร์ติน โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินสีชมพูทั้งหลัง ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองกอลมาร์สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงามโอ่อ่า

|
= เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์(Zurich) =
|

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน
|

|
พักที่ HARRY’S HOME ZURICH-WALLISELLEN หรือในระดับเทียบเท่า
|
|

|
วันที่แปด :: ซูริค - ซุก - ลูเซิร์น - ยอดเขาทิตลิส - สนามบิน

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
= เมืองซุก (Zug) =
|
|

|

|
หอนาฬิกาเมืองซุก (Zytturm Zug)
|
|

|
เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยาย ชม หอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่นของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก

|
ร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe)
|
|

|
ร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) เป็นร้านของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC, Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ

|
= เมืองลูเซิร์น (Lucerne) =
|

|
สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge)
|
|

|
เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด

|
รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน (Lion of Lucerne)
|
|

|
เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิตเซอร์แลนด์ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

|
อิสระรับประทานอาหารกลางวัน
|

|
= เมืองแองเกิลเบิร์ก =
|

|
ยอดเขาทิตลิส (Titlis)
|
|

|
ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย เพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี ชมทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขา ให้เวลาท่านเดินข้าม "The Titlis Cliff Walk" สะพานแขวนที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของทวีปยุโรป ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา (สะพานแขวนอาจจะปิด ในกรณีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย)

|
เดินทางสู่สนามบิน
|
- เดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
- 21.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK86 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่เก้า :: สนามบินดูไบ - กรุงเทพฯ

|
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
|
- 07.10 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
- 09.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
- 18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ